เปิดเวบเมื่อ 15/07/2548
ปรับปรุงเวบเมื่อ 09/05/2561
ผู้ชมทั้งหมด
สินค้าทั้งหมด 910











บทความ
มารู้จักไม้วัตถุดิบผลิต เฟอร์นิเจอร์ (อ่าน 12505/ตอบ 0)
 

Made from Rubberwood
Made from Baggase
Standard
4x8 ฟุต, 4x6 ฟุต, 6x8 ฟุต 4x8 ฟุต
Thickness
9-38 mm.
Main items (mm.)
9,12,15,16,25,30 and 36
Other thickness are upon request
9-25 mm.
Main items (mm.)
9,11,12,15,16,17,18,19 and 25
Class
E2, E1, V313 (MUF) E2

  มาตรฐานคุณภาพที่ได้รับรอง

EN (European Norm) แบ่งไม้ Particle Board เป็น 6 ประเภท
ตามความแข็งแรง และทนทานต่อสภาวะแวดล้อม
JIS (Japanese Industrial Standard) แบ่งไม้ปาร์ติเกิล ตามค่า
Bending และประเภทกาว และค่า Emission
CARB (California Air Resources Board) แบ่งค่า Formaldehyde
Emission ตามประเภทของไม้

นอกเหนือจากไม้ PB ที่เป็นประเภทใช้งานทั่วไป และใช้ในวงการเฟอร์นิเจอร์แล้ว ยังมี PB ที่เป็น Special ได้แก่

1. ไม้ทนน้ำ, ไม้ทนชื้น (Moisture Resistance) มักจะใช้วิธีที่ทดสอบที่เรียกว่า V313 เพื่อประกันความทนน้ำ ซึ่งส่วนใหญ่จะใช้กาวอีกประเภทหนึ่งเช่นจำพวก MUF/PF หรือประเภทผสมกับกาว ISOCYANATE ใช้ทำพวกไม้แบบคอนกรีต/กรอบหน้าต่าง/ส่วนประกอบในห้องครัวและใกล้ห้องน้ำ/ป้ายนอกอาคาร
2. ไม้ทนไฟ (Fire Retardant) มักจะเติมสารเคมีในส่วนผสมกาวที่สามารถต้านการติดไฟเปลวไฟได้ ใช้ทำพวกฝาผนังบ้าน/ฝากั้นห้อง/ชิ้นส่วนประตู/หรือชิ้นส่วนในห้องที่ต้องการกันไฟเป็นพิเศษ เป็นต้น
3. ไม้ทนมอดรา ไม้ทนปลวกและมอดแมลง ขึ้นอยู่กับสารเคมีที่เติมลงไปในส่วนผสมกาว
4. High Strength พวกนี้ส่วนใหญ่จะมีความหนาแน่นสูงเพื่อสร้างความแข็งแรงที่มากกว่าปรกติ หรือใช้กาวชนิดพิเศษ
5. ไม้ที่มีส่วนผสมของ Formaldehyde น้อยกว่า E2

ไม้ปาร์ติเกิลจากชานอ้อย ไม้ปาร์ติเกิลจากยางพารา
"ขอบไม้" ดูละเอียดแน่นกว่า แต่ผิวไม้หยาบกว่าเดิมเล็กน้อย "ผิวไม้" ดูละเอียดแน่นกว่า แต่ขอบไม้หยาบกว่าเดิมเล็กน้อย
เบากว่า ในขณะที่ความแข็งแรงเท่ากัน
 
หนักกว่า ในขณะที่ความแข็งแรงเท่ากัน

  ไม้ธรรมดาที่เราผลิตกันอยู่ในปัจจุปันนั้นจะได้ตามมาตรฐานของ EN312-3 (P3) แต่จะไม่ได้ตามมาตรฐานของ EN312-5(P5) option1 ซึ่งจริงๆแล้วไม้ชนิดนี้นั้นมีการผลิตและค่าความแข็งแรงต่างจากไม้โดยทั่วๆไป ซึ่งไม้ชนิดนี้นั้นจะมีความทนทานต่อสภาพอากาศที่เปียก, ร้อน และอากาศที่หนาวได้ดีกว่าไม้โดยทั่วไป ซึ่งไม้ธรรมดาแทบที่จะทนทานไม่ไหว ซึ่งคุณสมบัติที่เป็นเช่นนี้ได้ก็เพราะไม้ชนิดนี้นั้นผลิตจากกาว MUF ซึ่งเป็นกาวที่มีคุณภาพที่ทนต่อความชื้นมากกว่ากาวโดยทั่วไป แต่กาวชนิดนี้จะมีราคาแพงกว่ากาวธรรมดา (UF)

  การทดสอบความทนทานต่อสภาพอากาศ โดยใช้มาตรฐานของยุโรป EN321 ซึ่งเรียกติดปากว่าไม้ V313 ซึ่งพอที่จะสรุปวิธีการทดสอบได้ดังนี้

1. ตัดไม้ขนาด 5x5 ซม. วัดความหนาแต่ละชิ้นตัวอย่าง ซึ่งอาจใช้ประมาณ 10 ชิ้น
2. นำไปแช่น้ำเย็นที่อุณหภูมิ 20 องศาเซลเซียสเป็นเวลา 3 วัน
3. หลังจากที่ครบกำหนดแล้ว นำไม้ไปแช่ตู้เย็นที่อุณหภูมิ -12 องศาเซลเซียส เป็นเวลา 1 วัน
4. หลังจากนั้นนำไม้ไปอบในเตาอบที่อุณหภูมิ 70 องศาเซลเซียส เป็นเวลา 3 วัน
5. รวมเวลาการทดสอบได้ 7 วันถือว่าเป็น 1 รอบของการทดสอบแต่ต้องทำการทดสอบซ้ำอีก 2 รอบ
6. รวมระยะเวลาการทดสอบทั้งหมด 21 วันแล้วจึงนำไม้มาผึ่งอากาศเย็นไว้อีก 1 วันเพื่อทำให้ไม้เย็นตัวลง
7. จากนั้นนำไม้ตัวอย่างไปวัดความหนาเพื่อเช็คเปอร์เซนต์การพองตัว ซึ่งค่าที่ได้ต้องไม่เกิน 11 %
8. หลังจากที่นำไปหาค่าการพองตัว แล้วต้องนำไปหาค่า IB โดยค่าที่ได้ต้องไม่ต่ากว่า 0.22 N/mm2

 บทความจาก www.panelplus.co.th/panelplus/th/products/plain.php